การหาแพลตฟอร์มเทรด Forex ที่ตรงกับความต้องการของตัวเองเป็นปัญหาใหญ่สำหรับนักเทรดหลายคน เพราะแต่ละโปรแกรมมีลักษณะและความสามารถที่แตกต่างกัน ก่อนจะตัดสินใจเลือก ควรพิจารณาหลายปัจจัยดังนี้
ความครบครันของข้อมูลสินทรัพย์ — ข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพที่ครบครันจะช่วยให้ระบบเทรดอัตโนมัมีความแม่นยำสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหลากหลายประเภทของสินทรัพย์ หรือข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาด
ความเร็วของระบบ — ในการเทรดอัลกอริทึมซึ่งต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก ผู้เทรดที่ใช้ระบบเร็วกว่าจะได้เปรียบในการตัดสินใจ ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและกำไร
ความสะดวกในการปรับแต่ง — ไม่ใช่ทุกคนมีความสามารถด้านการเขียนโปรแกรม ดังนั้นแพลตฟอร์มที่ใช้ภาษาคำสั่งง่าย ๆ และมีอินเตอร์เฟซที่เข้าใจได้จึงเป็นข้อดี
มาตรฐานความปลอดภัย — เนื่องจากแพลตฟอร์มเป็นตัวจัดการเงินทุน ความปลอดภัยในการใช้งาน การป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว และการรักษาเงินตามมาตรฐานของโบรกเกอร์จึงสำคัญยิ่ง
ค่าใช้จ่าย — ส่วนใหญ่โบรกเกอร์ให้ใช้งานฟรี แต่ก็มีบางแพลตฟอร์มที่เรียกเก็บค่าสำหรับแพ็กเกจขั้นสูง
ลองใช้ก่อนตัดสินใจ — การเปิดบัญชีสาธารณะและทดลองปรับแต่งก่อนจะช่วยให้คุณรู้ว่าแพลตฟอร์มตรงกับสไตล์การเทรดของตัวเองหรือไม่
MT4 เป็นสัญลักษณ์ของการเทรดสกุลเงินอัตราแลกเปลี่ยน โดยมีผู้ใช้กว่า 40 ล้านคนทั่วโลก เริ่มพัฒนาโดย MetaQuotes Software เพื่อสร้างเครื่องมือวิเคราะห์ตลาดการเงินด้วยข้อมูลแบบ Real-time และรองรับการซื้อขาย Forex และ CFD
การใช้งาน MT4 ขึ้นอยู่กับกราฟราคาซึ่งช่วยติดตามความเคลื่อนไหว พร้อมระบบส่งคำสั่งแบบ Market Execution และ Pending Order ที่มี 4 รูปแบบ (Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop, Sell Stop) นอกจากนี้ยังมีอินดิเคเตอร์กว่า 50 ตัว และ 9 ไทม์เฟรมให้เลือก นักเทรดที่ต้องการระดับสูงขึ้นสามารถใช้ภาษา MQL4 เพื่อเขียนอินดิเคเตอร์เองหรือสร้าง Expert Advisor เพื่อเทรดอัตโนมัติ
จุดเด่น: เสถียรสูง ใช้งานง่าย รองรับ Windows Android iOS ข้อด้อย: บางโบรกเกอร์กำหนดสเปรดสูงกว่า ผู้เทรดเชี่ยวชาญบางส่วนรู้สึกว่าช้ากว่าระบบอื่น โบรกเกอร์ที่รองรับ: IC Markets, Pepperstone, FXCM, Tickmill, FP Markets
MT5 เป็นเวอร์ชั่นที่พัฒนาต่อเนื่องจาก MT4 โดยมีผู้ใช้กว่า 10 ล้านคน มีการปรับปรุงเรื่องระบบบัญชีให้รองรับทั้งแบบ Hedging และแบบหักลบดั้งเดิม พร้อมวิธีส่งคำสั่ง 4 รูปแบบ (Instant, Request, Market, Exchange) และ Pending Order 6 รูปแบบ
ส่วนของวิเคราะห์เทคนิคมี Indicator กว่า 512 ตัว และ 21 ไทม์เฟรม นอกจากนี้ MT5 ยังแสดง Market Depth (Bid/Ask) ให้เห็นอย่างชัดเจน สำหรับการปรับแต่งเชิงลึก เป็นไปได้ด้วยภาษา MQL5 ซึ่งมีความสามารถสูงกว่า MQL4
จุดเด่น: เสถียรและเร็วกว่า MT4 รองรับ Windows Android iOS ข้อด้อย: บางโบรกเกอร์มีสเปรดสูงกว่า มีฟีเจอร์ค่อนข้างซ้ำกับ MT4 ทำให้นักเทรดจำนวนมายังใช้ MT4 อยู่ โบรกเกอร์ที่รองรับ: IC Markets, Pepperstone, FXCM, Tickmill, FP Markets
cTrader พัฒนาโดย Spotware โดยเน้นการสร้างสมดุลระหว่างความซับซ้อนของตลาดการเงินกับความเรียบง่ายในการใช้งาน เหมาะสำหรับนักเทรดทั้งมือใหม่และมืออาชีพ
อินเตอร์เฟซมีกราฟราคาเป็นศูนย์กลาง พร้อมเครื่องมือวิเคราะห์และอินดิเคเตอร์มากมาย นอกจากนี้ cTrader Automate ให้เขียน Indicator และ cBot ด้วยภาษา C# บนแพลตฟอร์ม .NET ซึ่งช่วยให้นักเทรดสร้างระบบเทรดอัตโนมัติได้
จุดเด่น: กราฟแสดงผลขั้นสูง เสถียรสูง เป็น Open source รองรับ iOS Android Windows ข้อด้อย: โบรกเกอร์ที่รองรับไม่มากนัก ปรับแต่งซับซ้อนต้องเรียนรู้ ฟีเจอร์บางส่วนอาจถูกจำกัดตามโบรกเกอร์ โบรกเกอร์ที่รองรับ: Pepperstone, IC Markets, FxPro, Fibo Group, Roboforex
NinjaTrader ก่อตั้งเนื่องจากความต้องการเครื่องมือวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยมี Indicator กว่า 100+ ชนิด และสนับสนุนการติดตั้งอินดิเคเตอร์จากนักพัฒนาคนที่สามอีกมากมาย
เทอร์มินอล NinjaTrader มีอินเตอร์เฟซที่เรียบและปรับแต่งได้เต็มที่ มีฟีเจอร์ Backtesting เพื่อทดสอบกลยุทธ์ในอดีต และ Order Flow+ ที่แสดงปริมาณการซื้อขายและความลึกของตลาดอย่างละเอียด ทั้งนี้ฟีเจอร์ขั้นสูงมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
จุดเด่น: เสถียรในการแสดงข้อมูล มีคุณสมบัติสำหรับเทรดจำลอง รองรับ Windows Android iOS ข้อด้อย: โบรกเกอร์รองรับน้อย ชุมชนผู้ใช้ไม่ใหญ่ ต้องเรียนรู้มากก่อน ไม่รองรับมือถือ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม โบรกเกอร์ที่รองรับ: Forex.com, FXCM, OANDA
TradingView เริ่มจากการให้บริการข้อมูลและกราฟราคา แต่พัฒนามาเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูลสินทรัพย์จากเกือบทุกตลาดทั่วโลก นักเทรดสามารถเขียนอินดิเคเตอร์และกลยุทธ์การเทรดด้วยภาษา Pine Script
คุณสามารถใช้ TradingView บนเว็บเบราเซอร์ Desktop และแท็ปเล็ตได้ นอกจากนี้ยังสนับสนุนการใช้ API เพื่อเชื่อมต่อกับระบบอื่นและปลั๊กอิน Paper Trading สำหรับส่งคำสั่งซื้อขาย ด้วยชุมชนผู้ใช้กว่า 50 ล้านคน TradingView เป็นพื้นที่แบ่งปันไอเดียและกลยุทธ์ที่มีชีวิต
จุดเด่น: อินเตอร์เฟซสวยงาม เครื่องมือพื้นฐานใช้งานง่าย สามารถเปิดใช้ผ่านเบราเซอร์ ข้อมูลสินทรัพย์หลากหลาย ชุมชนผู้ใช้ใหญ่ รองรับ Desktop เว็บเบราเซอร์ แท็ปเล็ต ข้อด้อย: ต้องลงปลั๊กอินเพิ่มสำหรับส่งคำสั่ง ต้องเรียนรู้ Pine Script หากต้องการปรับแต่ง ตัวเลือกคำสั่งจำกัด ฟีเจอร์ขั้นสูงอาจต้องจ่ายเพิ่ม โบรกเกอร์ที่รองรับ: Pepperstone, Capital.com, Moneta Markets, IQCent
ZuluTrade พัฒนาโดยบริษัทที่มีสำนักงานในกรีซและญี่ปุ่น เน้นการให้นักเทรดสามารถติดตามและคัดลอกกลยุทธ์เทรดจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก รองรับการเชื่อมต่อ MT4 และแพลตฟอร์ม ZuluTrade+ ซึ่งให้เขียนโปรแกรมด้วยภาษา ZuluScript เพื่อสร้าง Robot เทรดเป็นของตัวเอง
กราฟราคามีอินเตอร์เฟซที่ไม่ซับซ้อน มี Indicator และรูปแบบกราฟหลากหลาย นอกจากนี้สามารถเรียกใช้ Expert Advisor อย่างต่อเนื่อง และใช้งานได้ 24 ชั่วโมงบนคอมพิวเตอร์และแท็ปเล็ต
จุดเด่น: มีฟีเจอร์ Copy Trade ให้เลียนแบบนักเทรดอาชีพ สามารถเชื่อมต่อ MT4 เข้ากับหลายโบรกเกอร์พร้อมกัน รองรับ iOS Android Windows ข้อด้อย: ชุมชนผู้ใช้จำกัด โบรกเกอร์รองรับน้อย Indicator และกราฟไม่มากเท่าแพลตฟอร์มอื่น ไม่มีข้อมูลข่าวสาร โบรกเกอร์ที่รองรับ: FXCM
แพลตฟอร์มเทรดกรรมสิทธิ์ถูกพัฒนาโดยโบรกเกอร์เอง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่รันบนเว็บเบราเซอร์โดยไม่ต้องลงโปรแกรม กินทรัพยากรน้อยจึงรวดเร็วและล่ืนไหล
อินเตอร์เฟซเรียบง่าย เข้าใจได้ไม่ยากแม้สำหรับมือใหม่ มีเครื่องมือพื้นฐานครบครัน เช่น การวาดรูปบนกราฟ เพิ่ม-ปรับแต่ง Indicator ได้ง่าย ๆ กราฟและไทม์เฟรมไม่มากแต่พอใช้ การใช้งานไม่ต้องเขียนโปรแกรม นอกจากนี้รองรับการใช้งานบนเว็บไซต์และแท็ปเล็ก 24 ชั่วโมง
จุดเด่น: อินเตอร์เฟซสวยงาม เครื่องมือพื้นฐานครบครันใช้ง่าย เปิดใช้บนเบราเซอร์ได้ทันที เหมาะสำหรับมือใหม่ ข้อด้อย: ไม่สามารถปรับแต่งเงื่อนไขซื้อขายเชิงลึก ไม่มีเครื่องมือสร้าง Robot เทรด ตัวอย่าง: Mitrade มี Indicator ฟรี เครื่องมือจัดการความเสี่ยง โบนัสใหม่ และบัญชีฝึกหัด $50,000 FxPro ก็เสนอแพลตฟอร์มที่เน้นลูกค้ากลุ่มนี้ด้วย
Q: อะไรคือแพลตฟอร์มเทรด Forex ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้?
A: แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ Mitrade (เน้นความเรียบง่าย), SaxoTraderGO (เน้นความเร็วและประสิทธิภาพ), IG Trading (ได้รับความไว้วางใจสูง) และ TradingView (มีชุมชนผู้ใช้ใหญ่ที่สุด)
Q: การเทรด Forex สามารถสร้างรายได้ปกติได้หรือไม่?
A: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง คุณสามารถทำกำไรแบบไม่จำกัดได้ แต่ในทางตรงกันข้ามก็อาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมด เสน่ห์ของการเทรด Forex อยู่ที่ความเสี่ยงสูงและผลตอบแทนที่อาจมากได้ อย่างไรก็ตาม ต้องมีแผนการจัดการความเสี่ยงที่ดีและความรู้เชิงลึกเพื่อให้สำเร็จ
Q: ควรเลือกอะไรสำหรับผู้เริ่มต้นเทรด?
A: สำหรับมือใหม่ ให้เลือกแพลตฟอร์มเทรดกรรมสิทธิ์ (เช่น Mitrade) เพราะเรียบง่าย หรือ TradingView เพราะมีชุมชนใหญ่ที่สามารถหาความช่วยเหลือได้ หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมก็อาจย้ายไปใช้ MT4 หรือ MT5 ต่อไป
เทรด Forex แอพไหนดี ขึ้นอยู่กับ 3 ประเด็นหลัก — ระดับความสามารถของตัวเอง ลักษณะการเทรด และจำนวนเงินทุนที่ต้องการเสี่ยง มือใหม่ควรเริ่มจากแพลตฟอร์มเรียบง่าย ยืดหยุ่น ใช้งานบนเว็บเบราเซอร์ได้ ส่วนผู้ที่มีประสบการณ์และต้องการระดับสูง ก็พิจารณา MT4, MT5, cTrader หรือ NinjaTrader เพิ่มเติม สำคัญคือลองใช้บัญชีฝึกหัดก่อนจึงจะเห็นว่าตรงกับตัวเองจริงหรือไม่
12.44K 人気度
23.18K 人気度
16.64K 人気度
7.89K 人気度
100.04K 人気度
Forex取引に適したアプリは何ですか?あなたのスタイルに合った取引プラットフォームの選び方
ก่อนตัดสินใจ เลือกแพลตฟอร์มเทรด Forex อย่างไรให้เหมาะสม
การหาแพลตฟอร์มเทรด Forex ที่ตรงกับความต้องการของตัวเองเป็นปัญหาใหญ่สำหรับนักเทรดหลายคน เพราะแต่ละโปรแกรมมีลักษณะและความสามารถที่แตกต่างกัน ก่อนจะตัดสินใจเลือก ควรพิจารณาหลายปัจจัยดังนี้
ความครบครันของข้อมูลสินทรัพย์ — ข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพที่ครบครันจะช่วยให้ระบบเทรดอัตโนมัมีความแม่นยำสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหลากหลายประเภทของสินทรัพย์ หรือข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับตลาด
ความเร็วของระบบ — ในการเทรดอัลกอริทึมซึ่งต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก ผู้เทรดที่ใช้ระบบเร็วกว่าจะได้เปรียบในการตัดสินใจ ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและกำไร
ความสะดวกในการปรับแต่ง — ไม่ใช่ทุกคนมีความสามารถด้านการเขียนโปรแกรม ดังนั้นแพลตฟอร์มที่ใช้ภาษาคำสั่งง่าย ๆ และมีอินเตอร์เฟซที่เข้าใจได้จึงเป็นข้อดี
มาตรฐานความปลอดภัย — เนื่องจากแพลตฟอร์มเป็นตัวจัดการเงินทุน ความปลอดภัยในการใช้งาน การป้องกันการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัว และการรักษาเงินตามมาตรฐานของโบรกเกอร์จึงสำคัญยิ่ง
ค่าใช้จ่าย — ส่วนใหญ่โบรกเกอร์ให้ใช้งานฟรี แต่ก็มีบางแพลตฟอร์มที่เรียกเก็บค่าสำหรับแพ็กเกจขั้นสูง
ลองใช้ก่อนตัดสินใจ — การเปิดบัญชีสาธารณะและทดลองปรับแต่งก่อนจะช่วยให้คุณรู้ว่าแพลตฟอร์มตรงกับสไตล์การเทรดของตัวเองหรือไม่
7 แพลตฟอร์มเทรด Forex ยอดนิยม ที่เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่และมือเก่า ปี 2566
1. MetaTrader 4 (MT4) — ตัวจริงของโลกเทรดมาตั้งแต่ปี 2005
MT4 เป็นสัญลักษณ์ของการเทรดสกุลเงินอัตราแลกเปลี่ยน โดยมีผู้ใช้กว่า 40 ล้านคนทั่วโลก เริ่มพัฒนาโดย MetaQuotes Software เพื่อสร้างเครื่องมือวิเคราะห์ตลาดการเงินด้วยข้อมูลแบบ Real-time และรองรับการซื้อขาย Forex และ CFD
การใช้งาน MT4 ขึ้นอยู่กับกราฟราคาซึ่งช่วยติดตามความเคลื่อนไหว พร้อมระบบส่งคำสั่งแบบ Market Execution และ Pending Order ที่มี 4 รูปแบบ (Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop, Sell Stop) นอกจากนี้ยังมีอินดิเคเตอร์กว่า 50 ตัว และ 9 ไทม์เฟรมให้เลือก นักเทรดที่ต้องการระดับสูงขึ้นสามารถใช้ภาษา MQL4 เพื่อเขียนอินดิเคเตอร์เองหรือสร้าง Expert Advisor เพื่อเทรดอัตโนมัติ
จุดเด่น: เสถียรสูง ใช้งานง่าย รองรับ Windows Android iOS
ข้อด้อย: บางโบรกเกอร์กำหนดสเปรดสูงกว่า ผู้เทรดเชี่ยวชาญบางส่วนรู้สึกว่าช้ากว่าระบบอื่น
โบรกเกอร์ที่รองรับ: IC Markets, Pepperstone, FXCM, Tickmill, FP Markets
2. MetaTrader 5 (MT5) — อัปเกรดขั้นใหม่ของ MT4
MT5 เป็นเวอร์ชั่นที่พัฒนาต่อเนื่องจาก MT4 โดยมีผู้ใช้กว่า 10 ล้านคน มีการปรับปรุงเรื่องระบบบัญชีให้รองรับทั้งแบบ Hedging และแบบหักลบดั้งเดิม พร้อมวิธีส่งคำสั่ง 4 รูปแบบ (Instant, Request, Market, Exchange) และ Pending Order 6 รูปแบบ
ส่วนของวิเคราะห์เทคนิคมี Indicator กว่า 512 ตัว และ 21 ไทม์เฟรม นอกจากนี้ MT5 ยังแสดง Market Depth (Bid/Ask) ให้เห็นอย่างชัดเจน สำหรับการปรับแต่งเชิงลึก เป็นไปได้ด้วยภาษา MQL5 ซึ่งมีความสามารถสูงกว่า MQL4
จุดเด่น: เสถียรและเร็วกว่า MT4 รองรับ Windows Android iOS
ข้อด้อย: บางโบรกเกอร์มีสเปรดสูงกว่า มีฟีเจอร์ค่อนข้างซ้ำกับ MT4 ทำให้นักเทรดจำนวนมายังใช้ MT4 อยู่
โบรกเกอร์ที่รองรับ: IC Markets, Pepperstone, FXCM, Tickmill, FP Markets
3. cTrader — อินเตอร์เฟซสวยงามกับความสามารถขั้นสูง
cTrader พัฒนาโดย Spotware โดยเน้นการสร้างสมดุลระหว่างความซับซ้อนของตลาดการเงินกับความเรียบง่ายในการใช้งาน เหมาะสำหรับนักเทรดทั้งมือใหม่และมืออาชีพ
อินเตอร์เฟซมีกราฟราคาเป็นศูนย์กลาง พร้อมเครื่องมือวิเคราะห์และอินดิเคเตอร์มากมาย นอกจากนี้ cTrader Automate ให้เขียน Indicator และ cBot ด้วยภาษา C# บนแพลตฟอร์ม .NET ซึ่งช่วยให้นักเทรดสร้างระบบเทรดอัตโนมัติได้
จุดเด่น: กราฟแสดงผลขั้นสูง เสถียรสูง เป็น Open source รองรับ iOS Android Windows
ข้อด้อย: โบรกเกอร์ที่รองรับไม่มากนัก ปรับแต่งซับซ้อนต้องเรียนรู้ ฟีเจอร์บางส่วนอาจถูกจำกัดตามโบรกเกอร์
โบรกเกอร์ที่รองรับ: Pepperstone, IC Markets, FxPro, Fibo Group, Roboforex
4. NinjaTrader — เครื่องมือของผู้เชี่ยวชาญจากปี 2003
NinjaTrader ก่อตั้งเนื่องจากความต้องการเครื่องมือวิเคราะห์ที่มีประสิทธิภาพสูง โดยมี Indicator กว่า 100+ ชนิด และสนับสนุนการติดตั้งอินดิเคเตอร์จากนักพัฒนาคนที่สามอีกมากมาย
เทอร์มินอล NinjaTrader มีอินเตอร์เฟซที่เรียบและปรับแต่งได้เต็มที่ มีฟีเจอร์ Backtesting เพื่อทดสอบกลยุทธ์ในอดีต และ Order Flow+ ที่แสดงปริมาณการซื้อขายและความลึกของตลาดอย่างละเอียด ทั้งนี้ฟีเจอร์ขั้นสูงมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
จุดเด่น: เสถียรในการแสดงข้อมูล มีคุณสมบัติสำหรับเทรดจำลอง รองรับ Windows Android iOS
ข้อด้อย: โบรกเกอร์รองรับน้อย ชุมชนผู้ใช้ไม่ใหญ่ ต้องเรียนรู้มากก่อน ไม่รองรับมือถือ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
โบรกเกอร์ที่รองรับ: Forex.com, FXCM, OANDA
5. TradingView — ชุมชนเทรดดิจิทัลที่ครอบจักรวาล
TradingView เริ่มจากการให้บริการข้อมูลและกราฟราคา แต่พัฒนามาเป็นแพลตฟอร์มที่รวบรวมข้อมูลสินทรัพย์จากเกือบทุกตลาดทั่วโลก นักเทรดสามารถเขียนอินดิเคเตอร์และกลยุทธ์การเทรดด้วยภาษา Pine Script
คุณสามารถใช้ TradingView บนเว็บเบราเซอร์ Desktop และแท็ปเล็ตได้ นอกจากนี้ยังสนับสนุนการใช้ API เพื่อเชื่อมต่อกับระบบอื่นและปลั๊กอิน Paper Trading สำหรับส่งคำสั่งซื้อขาย ด้วยชุมชนผู้ใช้กว่า 50 ล้านคน TradingView เป็นพื้นที่แบ่งปันไอเดียและกลยุทธ์ที่มีชีวิต
จุดเด่น: อินเตอร์เฟซสวยงาม เครื่องมือพื้นฐานใช้งานง่าย สามารถเปิดใช้ผ่านเบราเซอร์ ข้อมูลสินทรัพย์หลากหลาย ชุมชนผู้ใช้ใหญ่ รองรับ Desktop เว็บเบราเซอร์ แท็ปเล็ต
ข้อด้อย: ต้องลงปลั๊กอินเพิ่มสำหรับส่งคำสั่ง ต้องเรียนรู้ Pine Script หากต้องการปรับแต่ง ตัวเลือกคำสั่งจำกัด ฟีเจอร์ขั้นสูงอาจต้องจ่ายเพิ่ม
โบรกเกอร์ที่รองรับ: Pepperstone, Capital.com, Moneta Markets, IQCent
6. ZuluTrade — คัดลอกการเทรดจากมือฉมัง
ZuluTrade พัฒนาโดยบริษัทที่มีสำนักงานในกรีซและญี่ปุ่น เน้นการให้นักเทรดสามารถติดตามและคัดลอกกลยุทธ์เทรดจากผู้เชี่ยวชาญทั่วโลก รองรับการเชื่อมต่อ MT4 และแพลตฟอร์ม ZuluTrade+ ซึ่งให้เขียนโปรแกรมด้วยภาษา ZuluScript เพื่อสร้าง Robot เทรดเป็นของตัวเอง
กราฟราคามีอินเตอร์เฟซที่ไม่ซับซ้อน มี Indicator และรูปแบบกราฟหลากหลาย นอกจากนี้สามารถเรียกใช้ Expert Advisor อย่างต่อเนื่อง และใช้งานได้ 24 ชั่วโมงบนคอมพิวเตอร์และแท็ปเล็ต
จุดเด่น: มีฟีเจอร์ Copy Trade ให้เลียนแบบนักเทรดอาชีพ สามารถเชื่อมต่อ MT4 เข้ากับหลายโบรกเกอร์พร้อมกัน รองรับ iOS Android Windows
ข้อด้อย: ชุมชนผู้ใช้จำกัด โบรกเกอร์รองรับน้อย Indicator และกราฟไม่มากเท่าแพลตฟอร์มอื่น ไม่มีข้อมูลข่าวสาร
โบรกเกอร์ที่รองรับ: FXCM
7. แพลตฟอร์มเทรดกรรมสิทธิ์ — ความเรียบง่ายสำหรับทุกคน
แพลตฟอร์มเทรดกรรมสิทธิ์ถูกพัฒนาโดยโบรกเกอร์เอง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็นพิเศษ ส่วนใหญ่รันบนเว็บเบราเซอร์โดยไม่ต้องลงโปรแกรม กินทรัพยากรน้อยจึงรวดเร็วและล่ืนไหล
อินเตอร์เฟซเรียบง่าย เข้าใจได้ไม่ยากแม้สำหรับมือใหม่ มีเครื่องมือพื้นฐานครบครัน เช่น การวาดรูปบนกราฟ เพิ่ม-ปรับแต่ง Indicator ได้ง่าย ๆ กราฟและไทม์เฟรมไม่มากแต่พอใช้ การใช้งานไม่ต้องเขียนโปรแกรม นอกจากนี้รองรับการใช้งานบนเว็บไซต์และแท็ปเล็ก 24 ชั่วโมง
จุดเด่น: อินเตอร์เฟซสวยงาม เครื่องมือพื้นฐานครบครันใช้ง่าย เปิดใช้บนเบราเซอร์ได้ทันที เหมาะสำหรับมือใหม่
ข้อด้อย: ไม่สามารถปรับแต่งเงื่อนไขซื้อขายเชิงลึก ไม่มีเครื่องมือสร้าง Robot เทรด
ตัวอย่าง: Mitrade มี Indicator ฟรี เครื่องมือจัดการความเสี่ยง โบนัสใหม่ และบัญชีฝึกหัด $50,000 FxPro ก็เสนอแพลตฟอร์มที่เน้นลูกค้ากลุ่มนี้ด้วย
โปรแกรมเทรด Forex กับแพลตฟอร์มเทรด Forex แตกต่างกันอย่างไร
ถามจริง ตอบจริง
Q: อะไรคือแพลตฟอร์มเทรด Forex ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้?
A: แพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ Mitrade (เน้นความเรียบง่าย), SaxoTraderGO (เน้นความเร็วและประสิทธิภาพ), IG Trading (ได้รับความไว้วางใจสูง) และ TradingView (มีชุมชนผู้ใช้ใหญ่ที่สุด)
Q: การเทรด Forex สามารถสร้างรายได้ปกติได้หรือไม่?
A: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูง คุณสามารถทำกำไรแบบไม่จำกัดได้ แต่ในทางตรงกันข้ามก็อาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมด เสน่ห์ของการเทรด Forex อยู่ที่ความเสี่ยงสูงและผลตอบแทนที่อาจมากได้ อย่างไรก็ตาม ต้องมีแผนการจัดการความเสี่ยงที่ดีและความรู้เชิงลึกเพื่อให้สำเร็จ
Q: ควรเลือกอะไรสำหรับผู้เริ่มต้นเทรด?
A: สำหรับมือใหม่ ให้เลือกแพลตฟอร์มเทรดกรรมสิทธิ์ (เช่น Mitrade) เพราะเรียบง่าย หรือ TradingView เพราะมีชุมชนใหญ่ที่สามารถหาความช่วยเหลือได้ หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมก็อาจย้ายไปใช้ MT4 หรือ MT5 ต่อไป
สรุป
เทรด Forex แอพไหนดี ขึ้นอยู่กับ 3 ประเด็นหลัก — ระดับความสามารถของตัวเอง ลักษณะการเทรด และจำนวนเงินทุนที่ต้องการเสี่ยง มือใหม่ควรเริ่มจากแพลตฟอร์มเรียบง่าย ยืดหยุ่น ใช้งานบนเว็บเบราเซอร์ได้ ส่วนผู้ที่มีประสบการณ์และต้องการระดับสูง ก็พิจารณา MT4, MT5, cTrader หรือ NinjaTrader เพิ่มเติม สำคัญคือลองใช้บัญชีฝึกหัดก่อนจึงจะเห็นว่าตรงกับตัวเองจริงหรือไม่