Gate 廣場創作者新春激勵正式開啟,發帖解鎖 $60,000 豪華獎池
如何參與:
報名活動表單:https://www.gate.com/questionnaire/7315
使用廣場任意發帖小工具,搭配文字發布內容即可
豐厚獎勵一覽:
發帖即可可瓜分 $25,000 獎池
10 位幸運用戶:獲得 1 GT + Gate 鸭舌帽
Top 發帖獎勵:發帖與互動越多,排名越高,贏取 Gate 新年周邊、Gate 雙肩包等好禮
新手專屬福利:首帖即得 $50 獎勵,繼續發帖还能瓜分 $10,000 新手獎池
活動時間:2026 年 1 月 8 日 16:00 – 1 月 26 日 24:00(UTC+8)
詳情:https://www.gate.com/announcements/article/49112
2025 年 投資酒店集團股票:必須關注的 8 個選擇
ภาคการท่องเที่ยวกำลังเข้าสู่ช่วงเวลาที่มีศักยภาพสูง หลังจากที่อุตสาหกรรมโรงแรมฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากผลกระทบของโควิด-19 ความต้องการท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและแนวโน้มการเดินทางแบบยั่งยืนกำลังสร้างโอกาสใหม่สำหรับนักลงทุน หุ้นกลุ่มโรงแรม จึงกลายเป็นหนึ่งในภูมิเด่นของตลาดหุ้นปี 2568 บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจพื้นฐานการลงทุนและรู้จักตัวเลือกที่ดีที่สุด
ทำไมหุ้นกลุ่มโรงแรมถึงน่าสนใจในปี 2568
การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวเป็นเรื่องที่เห็นได้ชัดในตัวเลข การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติในจำนวนใหญ่ นโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวจากภาครัฐต่างประเทศ และการเติบโตของการท่องเที่ยวภายในภูมิภาค ล้วนแล้วแต่ชี้ให้เห็นว่า หุ้นกลุ่มโรงแรม ควรมีประสิทธิภาพในการสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
5 หุ้นโรงแรมไทยที่ชี้ให้เห็นจังหวะข้างหน้า
MINT (ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล): ผู้นำในการกระจายธุรกิจ
MINT มีอสังหาริมทรัพย์โรงแรมและธุรกิจอาหารที่ครอบคลุมหลายประเทศทั่วโลก แบรนด์ที่หลากหลายตั้งแต่โรงแรมหรูจนถึงระดับกลางทำให้บริษัทนี้สามารถรองรับนักท่องเที่ยวจากทุกกลุ่มได้
ผลประกอบการปี 2567 ของ MINT แสดงให้เห็นการขยายตัวที่เด่นชัด โดยรายงานกำไรสุทธิ 7,750.22 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 43.37% เมื่อเทียบกับปีก่อน (5,407.06 ล้านบาท) ส่วนใหญ่มาจากการทำงานที่ดีของโรงแรม ตัวชี้วัดรายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (RevPAR) แสดงว่าการจัดการราคาและการเข้าพักมีความสมดุลที่ดี
AWC (แอสเสท เวิรด์): ทำเลทองกับความหลากหลาย
AWC มุ่งเน้นโรงแรมที่ตั้งอยู่ในแหล่งทองของไทย นอกจากมีโรงแรมหรูแล้ว บริษัทยังเฉพาะด้านในการรองรับกลุ่ม MICE (การประชุม ส่วนตัว ประสบการณ์) โรงแรมเหล่านี้มีอัตราการเข้าพักที่สม่ำเสมอเพราะมีความต้องการที่มั่นคง
คาดการณ์สำหรับปี 2568 ชี้ให้เห็นว่า AWC น่าจะสร้างสถิติใหม่ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว โดยเฉพาะในไตรมาสแรกเมื่อการท่องเที่ยวถูกกระตุ้นด้วยนโยบายของรัฐและการเติบโตธรรมชาติของภาคการท่องเที่ยว
CENTEL (โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา): การลงทุนขยายตัวอย่างบุกเบิก
CENTEL มีแผนการลงทุน 3 ปีมูลค่า 19,000 ล้านบาท เพื่อขยายธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ต ปี 2568 คาดว่าจะเปิดโรงแรมใหม่ 9 แห่ง ทั้งในไทยและต่างประเทศ
บริษัทยังมีแผนปรับโฉมโรงแรมชื่อดังเช่น เซ็นทารา แกรนด์ หัวหิน และ เซ็นทารา แกรนด์ กระบี่ให้เป็นโรงแรมระดับลักเซอรี่ นี่คือการเคลื่อนไหวที่สำคัญในการเพิ่มมูลค่าและความเป็นที่สนใจของบริษัท
ตามคาดการณ์ รายได้สิ้นปี 2568 อาจแตะ 15,000 ล้านบาท โดยเติบโต 23% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ERW (ดิ เอราวัณ กรุ๊ป): ความเสี่ยงกระจายอย่างเป็นระบบ
ERW มีเครือข่ายโรงแรมที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นโรงแรมหรูหรา ระดับกลาง หรือระดับประหยัด ทั้งนี้ยังครอบคลุมทั่วประเทศไทย ลักษณะดังกล่าวทำให้บริษัทไม่อาศัยตลาดใดตลาดหนึ่งเพียงอย่างเดียว
ในช่วงต้นของปีเพิ่มเติม กลุ่มธุรกิจของ ERW น่าจะได้รับสนับสนุนจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในหมวดการประชุมสัมมนา (MICE) ซึ่งเป็นแหล่งรายได้ที่เสถียรและมีค่าต่ำวายสูง
SHR (เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท): กลุ่มเป้าหมายพรีเมียม
SHR ให้ความสำคัญกับการลงทุนโรงแรมและรีสอร์ทแบบลักซัชวรี่ในแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำทั้งในไทยและต่างประเทศ บริษัทมุ่งหมายรองรับนักท่องเที่ยวระดับไฮเอนด์ที่มีความต้องการด้านคุณภาพและประสบการณ์
ไตรมาสสุดท้ายของปี 2567 สัญญาณบ่งชี้ว่า SHR น่าจะกลับมามีกำไรได้ โครงการปรับปรุง SAii Laguna Phuket ก็ก่อสร้างเร็วกว่าแผนการเดิม และโรงแรม SO/Maldives ก็เข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวชั้นสูง
3 ตัวเลือกหุ้นโรงแรมนานาชาติที่นักลงทุนติดตาม
MAR (Marriott International): เครือข่ายทั่วโลก
Marriott เป็นบริษัทเจ้าของและบริหารโรงแรมหรูที่มีมาตรฐานสากลสูงสุด แบรนด์อย่าง Marriott, Ritz-Carlton และ Sheraton เป็นสัญลักษณ์ของความหรูหรา
บริษัทลงทุนอย่างสม่ำเสมอในเทคโนโลยีและประสบการณ์นักแขกทำให้มีทำให้มีความได้เปรียบในการดึงดูดนักท่องเที่ยว
HLT (Hilton Worldwide Holdings): มาตรฐานใหม่
Hilton บริหารจัดการและให้แฟรนไชส์โรงแรมรีสอร์ท และทรัพย์สินทั่วโลก บริษัทมีเครือข่ายโรงแรมที่กว้างขวางและยังคงขยายตัวไปยังตลาดใหม่ ลูกค้ามักให้คะแนนสูงในด้านบริการและความพึงพอใจ
โมเดลธุรกิจของ Hilton ที่ยืดหยุ่นแสดงว่าบริษัทสามารถประสพความสำเร็จในสถานการณ์ต่างๆ
WH (Wyndham Hotels & Resorts): ตลาดกลางที่มีศักยภาพ
Wyndham มุ่งเน้นโรงแรมที่ระดับราคาประหยัดและกลาง ซึ่งมีความต้องการที่สูงและกว้างขวาง บริษัทมีแบรนด์หลากหลายและครอบคลุมหลายภูมิภาคทั่วโลก
การเติบโตของ Wyndham มาจากการขยายหน่วยธุรกิจและการปรับปรุงการบริหารจัดการ
วิธีการวิเคราะห์หุ้นกลุ่มโรงแรมที่เห็นผล
ตรวจสอบข้อมูลพื้นฐานของบริษัท
ผลประกอบการและความสามารถในการทำกำไร: ศึกษารายได้และกำไรย้อนหลายปี เพื่อดูแนวโน้มการเติบโต วิเคราะห์อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิเพื่อวัดความสามารถในการทำกำไร
ตัวชี้วัดทางการเงิน: ตรวจสอบอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน เพื่อดูความแข็งแกร่งทางการเงินของบริษัท บริษัทที่มีหนี้สินน้อยมีความยืดหยุ่นมากกว่าในการรับมือกับปัญหาข้างหน้า
การบริหารจัดการ: ศึกษาประวัติผู้บริหารและกลยุทธ์ของบริษัท การบริหารจัดการที่ดีเป็นตัวบ่งชี้ที่สำคัญของประสิทธิภาพในอนาคต
ทรัพย์สินและหนี้สิน: วิเคราะห์มูลค่าของสินทรัพย์เช่นโรงแรมและที่ดิน ตรวจสอบภาระหนี้สินและอัตราดอกเบี้ยจ่ายต่อปี
ติดตามตัวชี้วัดเฉพาะของธุรกิจโรงแรม
Occupancy Rate (อัตราการเข้าพัก): ตัวชี้วัดนี้บ่งบอกว่าห้องพักมีผู้เข้าพักกี่เปอร์เซ็นต์ อัตราสูงแสดงว่าบริษัทมีความสามารถในการขายที่ดี
Average Daily Rate (ADR): ราคาเฉลี่ยต่อห้องพักที่โรงแรมเรียกเก็บ ตัวเลขนี้ช่วยให้เข้าใจกลยุทธ์การกำหนดราคา
Revenue Per Available Room (RevPAR): ตัวชี้วัดรวมที่แสดงประสิทธิภาพโดยรวมของโรงแรม ได้มาจากการคูณ Occupancy Rate กับ ADR
วิเคราะห์ปัจจัยภายนอกอุตสาหกรรม
แนวโน้มการท่องเที่ยว: ติดตามสถิติการท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศ วิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลกระทบ เช่น เศรษฐกิจ เสถียรภาพทางการเมือง และสภาพแวดล้อม
สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาค: วิเคราะห์ผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนต่อการท่องเที่ยวและการลงทุน
ปัจจัยทางภูมิศาสตร์: บริษัทโรงแรมที่มีทำเลเด่นในแหล่งท่องเที่ยวชั้นนำมักมีข้อได้เปรียบ
พิจารณาปัจจัยเพิ่มเติม
แบรนด์และชื่อเสียง: บริษัทโรงแรมที่มีแบรนด์แข็งแกร่ง เช่น Centel ที่มีชื่อ Centara ทั่วโลก หรือ SHR ที่มุ่งหมายกลุ่มลัชเจอรี่ มักมีข้อได้เปรียบในการแข่งขัน
การกระจายความเสี่ยง: บริษัทที่มีโรงแรมหลายประเภทและตั้งอยู่ในหลายสถานที่มีความเสี่ยงน้อยกว่า ตัวอย่างเช่น Arawnn ที่มี Hop Inn สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป
ความสามารถในการปรับตัว: บริษัทที่สามารถเปลี่ยนแปลงตามเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝังและความต้องการผู้เข้าพักที่เปลี่ยนแปลง มักมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น
วิธีซื้อขายหุ้นกลุ่มโรงแรมสำหรับนักลงทุนไทย
ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
นักลงทุนสามารถเปิดบัญชีกับบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) และซื้อขายหุ้นโรงแรมที่จดทะเบียนใน SET โบรกเกอร์ทำหน้าที่ตัวกลางในการส่งคำสั่งไปยังตลาด
ข้อดี: การทำธุรกรรมรวดเร็ว ไม่ต้องกังวลอัตราแลกเปลี่ยน ค่าธรรมเนียมต่ำ
ข้อเสีย: ตัวเลือกหุ้นจำกัด เมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศ
ลงทุนผ่านกองทุนรวม
นักลงทุนสามารถซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนที่มุ่งเน้นหุ้นโรงแรมหรือหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว เช่น กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นไทย Mid/Small Cap
ข้อดี: มีทีมผู้เชี่ยวชาญบริหาร กระจายความเสี่ยง เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ไม่มีเวลา
ข้อเสีย: ค่าธรรมเนียมการบริหารสูง ไม่สามารถควบคุมพอร์ตโดยตรง
สรุป: ปี 2568 กับโอกาสของหุ้นกลุ่มโรงแรม
ปี 2568 ถือเป็นช่วงที่น่าจับตามองสำหรับ หุ้นกลุ่มโรงแรม ทั้งในไทยและต่างประเทศ ปัจจัยสนับสนุนมีมากมาย ตั้งแต่การกลับมาของการท่องเที่ยวต่างชาติ นโยบายของรัฐเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว และการขยายตัวของประเทศในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรเข้าใจว่าการลงทุนในหุ้นโรงแรมยังคงเกี่ยวข้องกับความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นความผันผวนของเศรษฐกิจโลก สภาพความเสถียรทางการเมือง หรือเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว
นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียด ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ หุ้นกลุ่มโรงแรม อย่างสม่ำเสมอ วิเคราะห์ผลประกอบการของบริษัท และทำความเข้าใจแนวโน้มของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก่อนตัดสินใจลงทุน การวางแผนลงทุนที่ชาญฉลาดและการบริหารความเสี่ยงที่ดีจะเป็นกุญแจสำคัญต่อความสำเร็จ