ทุกสงครามองค์กรใช้กลยุทธ์เดียวกัน! นักวิเคราะห์จากธนาคารการลงทุนวิเคราะห์ "วัฏจักรเงินทุนสามขั้นตอน": อย่าเข้าซื้อในช่วงเวลาของความตื่นตระหนก

動區BlockTempo
BTC-3.48%

ความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ เกิดขึ้นอย่างรุนแรงและส่งผลให้ตลาดผันผวนอย่างมาก นักลงทุนรายย่อยเร่งขายหรือซื้อในจุดที่ราคาพุ่งสูงขึ้น ขณะที่สถาบันกลับนิ่งเฉย นักวิเคราะห์อดีตธนาคารลงทุนได้วิเคราะห์ “กฎของการไหลของทุนในสามขั้นตอน” ซึ่งได้รับการทดสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตั้งแต่สงครามอ่าว สงครามอิรัก จนถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครน ชี้ให้เห็นว่าการขาดทุนของนักลงทุนรายย่อยในความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง และจังหวะที่เหมาะสมในการวางแผนลงทุนมักไม่ใช่ในช่วงพายุ แต่เป็นหลังจากพายุสงบลงแล้ว บทความนี้อ้างอิงจากบทความของ Felix Prehn 《How The US Iran Conflict Will Make Experienced Investors Rich》 โดย 動區 เป็นผู้แปลและเรียบเรียง

(ข้อมูลเบื้องต้น: บิทคอยน์เป็นสินทรัพย์หลบภัยจริงหรือไม่? เมื่อเทียบกับ 3 สงครามที่ผ่านมา BTC ทำผลงานดีกว่าทองคำและ S&P 500 หรือไม่…)
(ข้อมูลเสริม: ยุคแห่งความขัดแย้ง การผันผวนคือสินทรัพย์ที่แท้จริง?)

สารบัญบทความ

Toggle

  • นักลงทุนรายย่อยทำอะไร vs สถาบันทำอะไร
  • หลังเกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดเป็นอย่างไร?
  • ทำไมครั้งนี้อิหร่านถึงสำคัญเป็นพิเศษ
  • สามขั้นตอนของแต่ละความขัดแย้ง
  • ทุนไหลไปยังกลุ่มไหนจริงๆ?
  • ตอนนี้คุณควรทำอะไร?

ข่าวความขัดแย้งระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง หากคุณกำลังสงสัยว่าความขัดแย้งนี้มีโอกาสทำกำไรหรือไม่ คำตอบคือใช่ นักวิเคราะห์อดีตธนาคารลงทุน Felix Prehn ซึ่งศึกษากฎของ “โอกาสจากเหตุการณ์” (event-driven opportunity) ซึ่งเป็นภาษาทางการเงินของสงคราม พบว่า ตั้งแต่สงครามอ่าว สงครามอิรัก จนถึงสงครามรัสเซีย-ยูเครน แต่ละความขัดแย้งทางทหารสำคัญล้วนแสดงให้เห็นรูปแบบตลาดสามขั้นตอนเดียวกัน ซึ่งเป็นตัวกำหนดทิศทางของเงินทุนในตลาด

และความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านครั้งนี้ ก็เดินตามบทเดิมอย่างสมบูรณ์

นักลงทุนรายย่อยทำอะไร vs สถาบันทำอะไร

ในช่วงเกิดความขัดแย้ง นักลงทุนรายย่อยมักทำสิ่งต่อไปนี้:

เปลี่ยนสินทรัพย์เป็นเงินสดทั้งหมด — คิดว่าปลอดภัย แต่จริงๆ แล้วเป็นการรับความเสี่ยงจากเงินเฟ้อทีละน้อย; นั่งดูหน้าจอไม่ทำอะไร — จ้องบัญชีที่เต็มไปด้วยสีแดงไม่เคลื่อนไหว; หรือรีบเข้าไปซื้อในจุดที่ราคาพุ่งสูงสุด — เช่น น้ำมัน หุ้นอุตสาหกรรมการทหาร ทองคำ — เข้าตลาดในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุด เพราะความกลัวเป็นแรงผลักดัน แต่ไม่มีแผนการ

ส่วนสถาบันที่บริหารเงินหลายพันล้านดอลลาร์ กลับไม่ทำสิ่งเหล่านี้เลย พวกเขาอาศัยกฎเกณฑ์ที่สรุปจากการศึกษาความขัดแย้งหลายสิบปี ไม่ใช่อารมณ์

หลังเกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ตลาดเป็นอย่างไร?

ข้อมูลทางประวัติศาสตร์ชัดเจน: หลังเกิดความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ 10 วันแรก ดัชนี S&P 500 มักร่วง 5-7% ประมาณ 35 วัน กลับสู่จุดเดิม และใน 12 เดือน ขึ้นประมาณ 8-10% — ซึ่งเป็นผลตอบแทนเฉลี่ยของปีปกติ

ตัวอย่างจริง: ช่วงสงครามอ่าว ดัชนี S&P ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยรายปี 11.7% หลังสงครามจบลง ปีถัดมาเพิ่มขึ้นอีก 18% ช่วงสงครามอิรักในปี 2003 ตลาดขึ้น 13.6% ใน 3 เดือน หลังจากนั้น ปี 2022 หลังสงครามรัสเซีย-ยูเครน เริ่มต้น ดัชนี S&P ลง 7% ในช่วงแรก แต่ไม่กี่เดือนก็ฟื้นตัวขึ้นเหนือระดับก่อนเกิดสงคราม

สรุปได้ว่า สงครามแทบไม่ทำลายตลาดอย่างแท้จริง มันสร้างความไม่แน่นอน ซึ่งความไม่แน่นอนนี้ทำให้ราคาตกลง และโอกาสก็เกิดขึ้นจากความตกต่ำนี้เอง

ทำไมครั้งนี้อิหร่านถึงสำคัญเป็นพิเศษ

อิหร่านผลิตน้ำมันได้ประมาณ 3.3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากเกิดความรุนแรงขึ้น—แม้เพียงแค่ความรู้สึกของตลาดว่าเป็นการเพิ่มความเสี่ยง—ก็จะกดดันให้ราคาน้ำมันสูงขึ้น ซึ่งส่งผลต่อห่วงโซ่อุตสาหกรรมทั้งระบบ

ตลาดจะไม่รอให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานจริงๆ แต่จะสะท้อนความน่าจะเป็นของการหยุดชะงักล่วงหน้าในราคาทันที น้ำมันเป็นวัตถุดิบสำคัญในทุกกิจกรรมการผลิต—การขนส่ง การผลิต การเดินเรือ อาหาร ปุ๋ย เครื่องปรับอากาศ ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นหมายถึงต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั่วทั้งระบบ ซึ่งผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น หากเงินเฟ้อยังคงอยู่สูง ธนาคารกลางก็จะยากที่จะลดอัตราดอกเบี้ย อัตราดอกเบี้ยที่สูงอยู่แล้วจะทำให้สินเชื่อบ้าน รถยนต์ และการเงินของบริษัทแพงขึ้น ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น กำไรของบริษัทกดดัน และมูลค่าหุ้นก็จะลดลงตาม

สายโซ่การส่งผ่านชัดเจน: ราคาน้ำมัน → เงินเฟ้อ → อัตราดอกเบี้ย → มูลค่าหุ้น

สามขั้นตอนของแต่ละความขัดแย้ง

ทุกความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์จะผลักดันเงินทุนผ่านสามขั้นตอนที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การเข้าใจว่าตัวเองอยู่ในขั้นไหน จะเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์การลงทุนของคุณอย่างสิ้นเชิง

ขั้นตอนที่ 1: ผลกระทบ

มาอย่างรวดเร็วและรุนแรง ขับเคลื่อนด้วยอารมณ์และอัลกอริทึม น้ำมันพุ่งสูง ดัชนี VIX (ดัชนีความกลัว) พุ่งสูงสุด สินทรัพย์เสี่ยงร่วงลงอย่างหนัก — เช่น เทคโนโลยีเติบโตสูง การลงทุนเสี่ยงสูง ทองคำจะขึ้นพร้อมกัน นักลงทุนมักตื่นตระหนกจากข่าวสารและสื่อที่รายงานตลอด 24 ชั่วโมง

ช่วงนี้อาจกินเวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์ หากคุณเข้าไปซื้อในช่วงนี้ เช่น น้ำมัน ทองคำ หรือหุ้นอุตสาหกรรมการทหาร โอกาสสูงมากที่คุณจะซื้อในจุดสูงสุด การกระทำตามอารมณ์ในช่วงนี้จึงมีความเสี่ยงสูงที่สุด

ขั้นตอนที่ 2: การปรับราคาใหม่

ความตื่นตระหนกคลี่คลาย ตลาดเปลี่ยนจาก “ความรู้สึก” เป็น “ความคิด” คำถามเปลี่ยนจาก “เกิดอะไรขึ้น” เป็น “จะเป็นอย่างไรต่อไป” — เป็นการประเมินว่าผลกระทบเป็นชั่วคราวหรือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง? เงินเฟ้อจะอยู่กับเรานานไหม? ธนาคารกลางจะตอบสนองอย่างไร? โซ่อุปทานจะเสียหายถาวรหรือชั่วคราว?

ในช่วงนี้ สถาบันจะเริ่มวางแผนใหม่ ไม่ใช่ในช่วงความวุ่นวายแรกๆ แต่ในช่วงที่ความชัดเจนเริ่มปรากฏ การทำกำไรของนักลงทุนฉลาดมาจากความสงบหลังพายุ มากกว่าจากพายุเอง

ขั้นตอนที่ 3: การเปลี่ยนกลุ่มลงทุน (Rotation)

เงินทุนจะไหลออกจากกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ไปยังกลุ่มที่ได้ประโยชน์ในสภาพแวดล้อมใหม่

ทุนไหลไปยังกลุ่มไหนจริงๆ?

พลังงาน — แต่ไม่ใช่อย่างที่คุณคิด

ในระยะสั้น น้ำมันอาจทำผลงานดีกว่าตลาดโดยรวม โดยจากการศึกษาของธนาคารในสหรัฐฯ เกี่ยวกับผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ในปี 1990 พบว่าน้ำมันเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีที่สุด เฉลี่ยประมาณ 18% แต่สิ่งที่น่าจับตามองคือบริษัทที่สามารถเก็บค่าธรรมเนียมจากการไหลของน้ำมันได้ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทท่อส่ง โรงกลั่น หรือโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งสามารถสร้างรายได้ในทุกทิศทางของราคาน้ำมัน

อุตสาหกรรมการทหาร — ดูที่คำสั่งซื้อเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่แค่ข่าว

หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมการทหารจะพุ่งขึ้นทันทีในช่วงวิกฤติ บางบริษัทขึ้นกว่า 30% ตั้งแต่ความตึงเครียดเพิ่มขึ้น แต่การใช้จ่ายด้านกลาโหมไม่ใช่แค่ในระยะสั้น รัฐบาลมักทำสัญญาซื้อระยะยาวเป็นสิบปี มูลค่าคำสั่งซื้อสะสมของผู้รับเหมากลางมีมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ ควรลงทุนในบริษัทที่มีสัญญาใช้จ่ายระยะยาวเหล่านี้

ทองคำและเงิน — การจัดสรรระยะยาว

ทองคำพุ่งขึ้นในช่วงแรก แต่ต่างจากน้ำมัน มักจะอยู่ในระดับสูงและไม่กลับลงมา ผลงานเฉลี่ยของทองคำใน 6 เดือนหลังความขัดแย้งคือ 19% เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานที่สนับสนุนราคาทอง เช่น เงินเฟ้อสูง การพิมพ์เงินของธนาคารกลาง ความต้องการหลบภัยของสถาบัน ยังคงอยู่ แม้ข่าวจะผ่านไปแล้ว หากความขัดแย้งลากยาว ราคาน้ำมันสูง เงินเฟ้อยังคงอยู่ ท่ามกลางสภาพนี้ ธนาคารกลางก็ไม่สามารถลดดอกเบี้ยได้ ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ทองคำทำผลงานดีที่สุด

บริษัทที่มีอำนาจในการตั้งราคา

สิ่งนี้เป็นสิ่งที่หลายคนมองข้าม หากเงินเฟ้อยังคงสูงต่อเนื่อง คุณควรถือครองบริษัทที่สามารถส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นให้ลูกค้าได้ และลูกค้าไม่หนีไป เช่น แบรนด์แข็งแกร่ง กำไรสูง ไม่มีทางเลือกที่ถูกกว่าในตลาด บริษัทเหล่านี้จะได้เปรียบในสภาพแวดล้อมนี้ ในทางตรงกันข้าม สาธารณูปโภคและอสังหาริมทรัพย์มักทำผลงานด้อยกว่า เพราะอัตราดอกเบี้ยสูงในระยะยาวจะกดดันมูลค่าของกลุ่มนี้

ตอนนี้คุณควรทำอะไร?

อย่าตื่นตระหนกขายทิ้ง ข้อมูลจากความขัดแย้งหลายสิบปีชี้ให้เห็นตรงกันว่า การขายในช่วงแรกของความขัดแย้งคือการล็อคขาดทุนและพลาดโอกาสฟื้นตัว อย่าซื้อในจุดที่ข่าวขึ้นหน้าหนึ่งแล้ว — ถ้าคุณเห็นจากข่าว คุณก็สายไปแล้ว

ถือครองพอร์ตหลักไว้ตามเดิม — เน้นบริษัทที่มีแบรนด์แข็งแกร่ง กำไรสูง และมีอำนาจในการตั้งราคา จากนั้นให้ทบทวนพอร์ตของคุณ ถามสองคำถาม: อะไรที่อ่อนแอที่สุดในสภาพแวดล้อมนี้? มีเงินทุนจากสถาบันไหลเข้ามาในกลุ่มไหนที่คุณยังไม่ได้ลงทุน?

สิ่งที่คุณควรทำคือ “ปรับสมดุล” พอร์ตของคุณ — จัดสรรใหม่อย่างมีวินัย ไปยังกลุ่มที่สถาบันลงทุนกำลังเคลื่อนไหวอยู่ เพื่อให้ทันก่อนที่ข่าวจะทำให้คุณสายเกินไป

บทความนี้เป็นเพียงข้อมูลเพื่อการอ้างอิงเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ตลาดคริปโตมีความผันผวนสูง ควรศึกษาความเสี่ยงก่อนลงทุน

ดูต้นฉบับ
news.article.disclaimer

btc.bar.articles

Bitcoin Hit a Major Milestone—Most Miners Won't Be Around for the Next One

In brief The Bitcoin network mined its 20 millionth coin this week, leaving just 1 million remaining—a supply that could take 115 years to fully unlock. Analysts expect many publicly traded Bitcoin miners to exit the business entirely by 2027 and 2028, liquidating Bitcoin holdings to fund

Decrypt13 นาที ที่แล้ว

Bitcoin Price Move Could Trigger $1 Billion Crypto Short Liquidation

Bitcoin once again approaches a major turning point as traders monitor a massive liquidation zone. Market data shows that more than one billion dollars in leveraged short trades sit dangerously close to forced closure levels. A price increase of roughly three thousand dollars could wipe out these tr

Coinfomania17 นาที ที่แล้ว

Bitcoin Spot ETF Cumulative Inflows Eye $100B Milestone Despite 2026 Price Consolidation

The crypto markets have had a tremendous shift in the overall market since the launch of Bitcoin Spot ETFs. Bitcoin has shifted from being a niche speculative instrument into being more incorporated into the traditional financial (TradFi) space. Daan Crypto Trades, a well-known market analyst,

BlockChainReporter20 นาที ที่แล้ว

Kaspa (KAS) Leads Bitcoin, Monero, and Others as Favorite Proof Of Work Crypto

A new on chain poll has started to attract attention across the Proof of Work crypto community. The vote asks a simple question. Which Proof of Work cryptocurrency stands out as the favorite among participants today? Early results show Kaspa (KAS) taking the lead over several well known names s

CaptainAltcoin23 นาที ที่แล้ว

Ark Invest Warns Quantum Computing Could Threaten Bitcoin

The essay discusses the vulnerability of Bitcoin’s security model to quantum computing threats and the potential exploitation of private keys. It highlights the industry's research into Post-Quantum Cryptography, including proposals like BIP-360, aimed at enhancing Bitcoin's resilience against future attacks, while emphasizing the importance of careful implementation and community consensus.

Coinfomania27 นาที ที่แล้ว

Bitcoin MVRV Z-Score Drops Below 1 Again

The MVRV Z-Score is a key on-chain indicator for assessing Bitcoin's value by comparing market and realized capitalizations. Historical data shows that when the score drops below 1, it often signals significant market recovery. However, changing market dynamics and institutional influences may alter future patterns.

Coinfomania27 นาที ที่แล้ว
แสดงความคิดเห็น
0/400
ไม่มีความคิดเห็น